แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่งตีนเปล่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่งตีนเปล่า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ปรับย่อ งอขา เพื่อ Cadence

การปรับเปลี่ยนท่าวิ่ง หรือเทคนิคการวิ่ง
     เรื่องของการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หลายคนรู้แล้วว่าจะต้องใช้การเทน้ำหนักไปข้างหน้าเพื่อจะวิ่ง ส่วนต่อไปที่จะทำให้เราสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วคือการเคลื่อนไหวส่วนขา
Cadence หรือรอบขาในการก้าว  เป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งที่ดี นักวิ่งแนวหน้าจะให้ความสำคัญกับเรื่องสเตปการก้าวเท้า โดยที่ได้ยินมาก็จะอยู่ที่ 180 ก้าว ต่อนาที หลายคนพยายามแล้วแต่ก็ไม่สามาถไปถึงจุดนั้นเสียที
     วันนี้ขอนำเสนอวิธีที่จะเพิ่มความเร็วโดยการใช้ Cadence
สักงเกตุจากเส้นสีขาวช่วงขาจากภาพ สมัยดึกดำบรรพ์เราเห็นว่าร่างกายของมนุษย์เราส่วนที่เป็นขาจะมีการย่อหรืองอในการเดินหรือวิ่ง แต่ปัจจุบันหลังมีสังคมที่เป็นภาพลักษณ์ขึ้นมา มนุษย์ก็ได้ปรับท่าทางการเดินใหม่ ประมาณนายแบบในแคทวอล์คเลยทีเดียว พยายามยืดตัว เหยียดขามากขึ้น
เพื่อให้สูงสง่า ดูภูมิฐานกว่ายุคดึกดำบรรพ์ จนนำท่าเดินเหล่านี้มาใช้ในการวิ่งไปในปริยาย ทีนี้เรามาอธิบายสิ่งที่เราจะประบเปลี่ยนท่าวิ่งของเรากัน

ภาพที่หนึ่ง 
 ยุคดึกดำบรรพ์ สิ่งที่ควรค่ารักษาไว้คือการย่อเข่า งอขา ให้เก็บส่วนนี้ไว้แล้วขจัดออกในส่วนที่เป็นแกนลำตัว หรือ Core body ที่งอ ตามภาพจะเห็นว่าคนลุงยุคหินจะเดินหลังงอ ซึ่งติดมาจากสัตว์บรรพ์บุรุษของเรานั่นเอง

ภาพที่สอง
 กลับกันกับภาพแรก สิ่งที่ควรค่ารักษาไว้คือการรักษาส่วนที่เป็นแกนลำตัว หรือ Core body ที่ตรง ตามภาพ ส่วนที่ต้องแก้ไขคือการยืดขาเหยียดมากเกินไป ให้ปรับมาย่อ งอเข่าเฉกเช่นลุงยุคหิน

ภาพที่สาม เป็นการรวมการย่อเข่างอขาของคุณลุงยุคหินมาประกอบเข้ากับการยืดตัวตรงตั้งแต่สะโพกของนายแบบนิตยสาร เราก็จะได้ท่าวิ่งที่ดูจะตลกๆแบบนี้ แต่อย่าเพิ่งอายไป ลองวิ่งด้วยท่านี้ดู อย่าลืมทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้าเพื่อออกตัว
ไม่ใช้การเตะขาเพื่อเคลื่อนที่ไป จำให้ขึ้นใจว่า "ลำตัวต้องไปก่อนขาเสมอ" ขามีหน้าที่มารองรับน้ำหนักตามมา

ผลลัพธ์ที่จะได้ตามมาคือรอบขาคุณจะเร็วขึ้น ยิ่งถ้าสปริงเท้าคุณดีการวิ่งก็จะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีก สิ่งที่จะได้ตามมา ส่วนของหน้าขา น่อง ก้นคุณก็จะได้รับการฝึกไปในตัวด้วย

ปล.ลองใช้ท่านี้มาซ้อมเดินจะช่วยให้ร่างกายและสมองซึมซับท่าวิ่งนี้ได้ดีขึ้น จะรู้สึกว่าเดินเร็วขึ้น แรกๆจะรู้สึกว่าเมือยหน้าขา ก้นและน่อง กล้ามเนื้อต่างๆจะแข็งแรง ไม่เชื่อลองดู !!!!

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคเบื้องต้น คนเท้าเปล่า

 การวิ่งเท้าเปล่า คล้ายๆกับการนับถือศาสนา ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แต่คนดีเหล่านั้นจะยึดถือแนวทางแบบไหนแค่นั้นเอง เทคนิคการวิ่งเท้าเปล่าเองก็มีหลากหลายแนวทาง หลายเทคนิค พื้นฐานส่วนใหญ่ที่เริ่มในไทยมาจากนักวิ่งเท้าเปล่าชาวอเมริกันที่ชื่อ Ken Bob



เทคนิคของการวิ่งเบื้องต้นสำหรับการวิ่งเท้าเปล่า

- การเทตัว ( Lean ) เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวการถ่ายน้ำหนักไปข้างหน้า เพื่อลดการออกแรงในการก้าวขาไปข้างหน้า ใช้หลักการกลศาสตร์เข้ามาช่วย เหมือนกับลูกหินที่ไหลไปข้างหน้า 
      การเทลำตัวจะต้องตั้งตรง ตั้งแต่สะโพกไปถึงศีรษะ ไหล่ และการแกว่งแขนให้ผ่อนคลาย ไม่ต้องแกว่งและเกร็งมาก การเทตัวถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึงภาพ ไมเคิล แจ็กสันในเรื่อง Moon Walk นะครับ เสริมอีกหน่อยนะครับ ประโยชน์ของการที่ลำตัวเราตรงจะช่วยเสริมเรื่องการหายใจ เราสามารถหายใจได้เต็มที่มากขึ้น 


- การก้าววิ่งเราจะไม่ใช้การถีบพื้น ( Push ) เพื่อให้เกิดแรงส่งเหมือนคราวที่เรายังสวมรองเท้า เราจะใช้การยกเท้า หรือดึงเท้า ( Pull ) ขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากการเสียดสีจนเกิดอาการพอง


เครดิตภาพ เวปชัตเตอร์รันนิ่ง

- การลงเท้าให้ลงด้วย Ball Of Foot ( BOF ) แล้วถ่ายน้ำหนักลงส้นเท้า การลงน้ำหนักที่ส้นไม่จำเป็นต้องทิ้งน้ำหนักลงไปจนรู้สึกลงเต็มเท้า อาจจะลงไปแค่แตะเบาๆเพื่อประคองน้ำหนักหรือการทรงตัวแค่นั้นก็พอ  ลงตามหมายเลขลำดับในภาพ คือ 1 2 3

    *** Ball Of Foot คือส่วนที่เป็นสีแดงหมายเลข 1 ตามภาพ เป็นส่วนของด้านหน้าเท้า ที่มีจำนวนชิ้นกระดูกจำนวนหลายชิ้นเชื่อมต่อกันอยู่ สามารถกระจายแรงกระแทกได้ดีกว่าการลงด้วยส้นที่เป็นกระดูกชิ้นโต ***


                             



- การย่อเข่า สำคัญมากๆสำหรับการลงน้ำหนักตัว ตอนนี้เราไม่มีรองเท้าเพื่อรองรับแรงกระแทก ภาระจึงต้องกับเท้า ข้อเท้า และขา ดังนั้นเราต้องทำการเปลี่ยนขาเราให้เป็นดั่งโช้คอัพ โดยการย่อเข่าให้มากเท่าที่ทำได้ 


  เบื้องต้นท่าทางการวิ่งก็จะมีประมาณนี้ครับ หลักการสังเกตุเบื้องต้นว่าเราวิ่งถูกต้องหรือไม่ สังเกตได้จากความรู้สึก ให้จับความรู้สึกว่า เราวิ่งเหมือนเราจะหกล้มตลอดเวลา วิ่งๆเหมือนหน้าทิ่มครับ ตำแหน่งการลงเท้าถ้ามองจากด้านข้าง จะเห็นว่าเราจะไม่เกินหน้าอกของเราครับ มีกล้องวีดีโอหรือมือถือก็ลองอัดคลิปด้านข้างไว้แล้วปรับท่าทางการวิ่งไปเรื่อยๆจะดีที่สุดครับ ^_^




หาเพื่อนหรือศึกษาเรื่องวิ่งเท้าเปล่าได้ที่นี่เลย เพจ รองเท้าหาย https://www.facebook.com/groups/434131260027540/ 

เพจให้ความรู้เรื่องวิ่งตีนเปล่าโดยแอดมินสุดหล่อ

เพจวิ่งเท้าเปล่าอีกเวปนึงที่มีมีทติ้ง สอนวิ่งกันทุกเดือน












วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บันทึกเริ่มต้น คนเท้าเปล่า ตอนที่ 2


  หลังจากที่ได้คุยกับพี่ถึงอาการบาดเจ็บ ว่าการวิ่งเท้าเปล่าสามารถช่วยเรื่องของอาการบาดเจ็บจากการวิ่งได้ และแนะนำอีกว่าจะมีการสอนวิ่งเท้าเปล่าจากนักวิ่งชาวญี่ปุ่น จากเพจนักวิ่งเท้าเปล่า Bangkok Barefoot Run Club ( BBRC )  ผมก็เริ่มสนใจและกะจะไปลองศึกษาการวิ่งแบบนี้ดู



  มีทติ้งของกลุ่ม BBRC จะจัดเดือนละครั้งแล้วแต่ว่าจะจัดที่ไหน หลังๆจะจัดทุกเช้าที่สวนลุมพินี การไปเรียนครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้น เพราะคนสอนเป็นชาวญี่ปุ่น จะบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ แต่มีการแปลเป็นไทยโดยทีมงานที่เป็นคนไทย ใครสนใจไปฟังไปศึกษาได้เลยนะครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ   การเดินทางด้วยรองเท้าของผมใกล้จบลงแล้ว ตอนหน้าจะเป็นเรื่องของเทคนิคการวิ่งเท้าเปล่าครับ




บันทึกเริ่มต้น คนเท้าเปล่า ตอนที่ 1



   เท้าเปล่ากับการวิ่ง เหตุใดต้องวิ่งเท้าเปล่า หลายคนคงจะสงสัยกับคำถามนี้ คำถามที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังที่ได้เห็นนักวิ่งเหล่านี้วิ่งผ่านเข้ามาในสายตา
   ก่อนอื่นเลยก็อยากจะบอกว่าผมก็เป็นนักวิ่งที่ถือว่าเป็นนักวิ่งที่ประสบการณ์ยังไม่มากพอ เป็นแค่กบที่โดดไปโดดมาอยู่ใต้กะลาใบน้อย  BiB, Pace, Overpronation  คืออะไรไม่เคยรู้ เคยเป็นนักวิ่งมือใหม่ที่คิดว่าถ้าเลือกซื้อรองเท้าก็ควรจะเลือกฺแบรนด์นี้ เพราะเค้าออกแบบมาสวย สีโดนใจ มีการรองรับแรงกระแทกได้ดี โฆษณาเท่ห์ เริ่มต้นออกหาซื้อรองเท้าด้วยความชอบในแบรนด์เป็นส่วนตัว เนื่องจากใช้แบรนด์นี้มาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าเดาก็คงจะเดาไม่ยาก ผมเริ่มต้นวิ่งด้วย Nike

 เห็นแล้ว โอ้วว ช่ายเลย สวยดีอยากได้คู่นี้ แล้วก็ลองใส่ดู จากนั้นก็ตัดสินใจซื้อโดยไม่ยาก ระยะของการวิ่งเริ่มจาก Nike  การวิ่งก็เป็นเหมือนนักวิ่งทั่วไป เป็นนักวิ่ง Heel Strike (ลงด้วยส้นเท้าก่อน) รองเท้านุ่มดีมาก ระยะวิ่งต่อวันเฉลี่ย 5 กิโล คู่นี้ใช้ไปได้สักสามสี่เดือน พื้นก็เริ่มยุบเล็กน้อย เนื่องจากน้ำหนักตัวค่อนข้างเยอะก็เริ่มหารองเท้าคู่ใหม่
  คู่ต่อไปจะเป็นอะไรดีนะ การซื้อคู่ถัดไปก็ยังคงซื้อจากความรู้สึกอีกเช่นเคย มีความรู้เพิ่มมากเล็กน้อย ได้จากพนักงานขายที่ขายให้เรานั่นเองงงง

  คู่ถัดไปก็ ขอย้ายค่ายเพื่อทดสอบความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองและทดสอบราคาคุยของพนักงานขายรองเท้าหน่อย  แทมๆๆ แท่มมมม  "Brooks Ghost 3"


รองเท้า Brooks ที่แตกต่างจ่าง Nike คือความกว้างของหน้าเท้าครับ ความนุ่มอาจจะเป็นรอง Nike นิดหน่อยครับ โดยรวมก็ใส่สบายครับ ความอยากรู้ยังคงไม่หยุด อยากรู้อยากพิสูจน์ความเทพของรองเท้าที่ขึ้นชื่อมากสำหรับนักวิ่ง Asics ตระกูลที่เป็นรองเท้าซัพพอร์ทรุ่นเกือบสูงสุด Kayano เลยให้น้องส่ง Kayano 17 มาจากอเมริกา หลังจากที่รอคอยการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาพักใหญ่

   Kayano 17 สมกับเป็นรองเท้าที่มีซัพพอร์ทเยอะมากๆ ทั้งส่วนที่เป็นส้น ด้านข้างเท้า พนักงานขายบางคนถึงกับเรียกว่า รองเท้าเจล น้ำหนักของรองเท้าก็เลยมีน้ำหนักที่มาก เหมาะกับการวิ่งแบบ Heel Strike โดยกำเนิดเลยทีเดียว หากนักวิ่ง Forefoot มาใส่คงบ่นไม่มีชั้นดีเลยทีเดียว
 
  ความรู้สึกที่ได้วิ่งด้วย Kayano 17 ส่วนของความนุ่ม ผมกลับไม่รู้สึกดีเหมือน Nike ความกว้างหน้าเท้า Brooks ใส่ดีกว่า เวลาวิ่งเหมือนวิ่งด้วยรองเท้าส้นตึกขนาดสูง เหมือนพร้อมเท้าจะพลิกหากลงมุมที่ผิดพลาดไป ความรู้สึกส่วนตัวผมกลับชอบ Brooks มากที่สุด ในความสบายของการวิ่ง

   หลังจากที่ได้ลองรองเท้ามาทั้งสามคู่ ก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า
- รองเท้าแพง ก็ใช่ว่าจะให้ความสบายในการวิ่งได้กับทุกๆคน ถึงแม้ราคาของ Kayano แพงเกือบถึงหลักหมื่น แต่จะมีนักวิ่งกี่คนที่จะสามารถควักเงินเพื่อมาจ่ายกับรองเท้าราคาขนาดนี้ นักวิ่งต้องหมดกับค่ารองเท้าไปมากขนาดไหน ถึงจะหารองเท้าที่ตอบโจทก์ใจเราได้มากที่สุด
- รองเท้าแต่ละคู่แต่ละยี่ห้อเองก็มีการออกแบบที่แตกต่างกันไป ความแตกต่างด้านความสูงของส้น เทคโนโลยีการเพิ่มความนุ่มของพื้น  ความกว้างของหน้าเท้า รองเท้าแต่ละคู่แต่ละยี่ห้อก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป แต่รองเท้าแบบไหนล่ะที่จะเข้ากับเราได้มากที่สุด ไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และถ้าเราได้เจอว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับเรามากที่สุดแล้วเราจะสามารถเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นได้มั้ย

คำถามเหล่านี้ก็ถูกเก็บไว้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่การวิ่งของผมเองก็ยังคงดำเนินต่อไป รองเท้าคู่ต่อมาของผมก็ตกมาเป็นภาระหน้าที่ของ Brooks Ghost 4 เรื่อยมาจนวันนึงได้คุยกับพี่ในกลุ่มวิ่ง ที่ได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง เจ็บเข่าจนต้องลดการวิ่งลงไป มีการพูดคุยกันถึงแนวทางการแก้ไขอาการ ในส่วนหนึ่งมีเรื่องของการวิ่งเท้าเปล่าเข้ามา ผมก็เริ่มสนใจ เพราะเรื่องการวิ่งเท้าเปล่านี้เหมือนจะกลายเป็นคำตอบที่สามารถตอบคำถามที่เคยมีอยู่ในใจ คำถามนี้กำลังจะได้จางหายไปจากใจผมแล้ววว